วีซ่าคู่หมั้น K-1 (สหรัฐอเมริกา)
สำหรับคู่หมั้นของพลเมืองอเมริกัน เพื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯ และจดทะเบียนสมรสภายใน 90 วัน
วีซ่า K-1 เป็นวีซ่าประเภทถาวรกึ่งชั่วคราวที่ออกให้คู่หมั้นของพลเมืองสหรัฐฯ (U.S. Citizen เท่านั้น ผู้ถือกรีนการ์ดยื่นไม่ได้) เมื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯ แล้วต้องจดทะเบียนสมรสภายใน 90 วัน จากนั้นจึงยื่นปรับสถานะ (Adjustment of Status) เพื่อขอกรีนการ์ด กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 12–18 เดือน และเอกสารหลักฐานความสัมพันธ์คือหัวใจสำคัญของการอนุมัติ
คุณสมบัติผู้ยื่น
- ผู้ยื่นคำร้อง (Petitioner) ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐฯ เท่านั้น
- ทั้งสองฝ่ายโสดตามกฎหมาย หากเคยสมรสต้องหย่าขาดและมีเอกสารยืนยัน
- ต้องพบเจอตัวจริงกันภายใน 2 ปีก่อนยื่นคำร้อง (มีข้อยกเว้นเฉพาะกรณี)
- ตั้งใจจะสมรสจริงภายใน 90 วันหลังเข้าสหรัฐฯ
- ผู้ยื่นต้องมีรายได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ 100% ของ Federal Poverty Guidelines (ใช้ I-134)

แบบฟอร์มหลัก
I-129F
ระยะเวลารวมโดยประมาณ
12–18 เดือน
ค่าธรรมเนียมราชการโดยประมาณ
I-129F 675 USD + ค่าวีซ่า 265 USD + ตรวจสุขภาพ
สถานที่สัมภาษณ์
สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพมหานคร
อายุวีซ่า
6 เดือน เข้าประเทศได้ครั้งเดียว
หลังเข้าสหรัฐฯ
ต้องสมรสภายใน 90 วัน
ขั้นตอนการยื่น
ขั้นตอนละเอียดตั้งแต่เตรียมคดีจนได้สถานะในสหรัฐอเมริกา
- 1
ขั้นที่ 1 — เตรียมคดีและรวบรวมหลักฐานความสัมพันธ์
1–3 สัปดาห์
ประเมินคุณสมบัติทั้งสองฝ่าย ตรวจประวัติการสมรสเดิม จัดทำไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ รวบรวมรูปถ่าย ตั๋วเครื่องบิน ตราประทับเข้าออกประเทศ และบทสนทนา เพื่อพิสูจน์การพบเจอตัวจริงภายใน 2 ปี
- 2
ขั้นที่ 2 — ยื่นคำร้อง I-129F ต่อ USCIS
รับเรื่องภายใน 2–4 สัปดาห์
ฝ่ายอเมริกันยื่นแบบฟอร์ม I-129F พร้อมหนังสือรับรองเจตนาสมรสของทั้งสองฝ่าย สำเนาหนังสือเดินทาง/สูติบัตร และหลักฐานความสัมพันธ์ เมื่อ USCIS รับเรื่องจะได้ใบ Receipt Notice (I-797C)
- 3
ขั้นที่ 3 — USCIS พิจารณาและอนุมัติคำร้อง
ประมาณ 6–12 เดือน
USCIS ตรวจสอบคำร้อง หากเอกสารไม่ครบจะออกหนังสือขอเอกสารเพิ่ม (RFE) ซึ่งต้องตอบภายในกำหนด เมื่ออนุมัติจะได้ Approval Notice
- 4
ขั้นที่ 4 — ส่งเรื่องต่อ NVC และสถานทูตฯ กรุงเทพ
3–6 สัปดาห์
National Visa Center ตรวจสอบและออกเลขคดี (Case Number) แล้วส่งเรื่องต่อไปยังสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย พร้อมออกจดหมายแจ้งขั้นตอนถัดไป
- 5
ขั้นที่ 5 — กรอก DS-160 และชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
1–2 สัปดาห์
ฝ่ายไทยกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ อัปโหลดรูปถ่ายตามมาตรฐาน ชำระค่าธรรมเนียม และจองคิวสัมภาษณ์ ข้อมูลทุกช่องต้องตรงกับเอกสารจริง
- 6
ขั้นที่ 6 — ตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลที่สถานทูตกำหนด
1–5 วันทำการ
ตรวจร่างกาย เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด และฉีดวัคซีนตามข้อกำหนด ผลตรวจถูกส่งตรงถึงสถานทูตฯ ต้องนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนวันสัมภาษณ์
- 7
ขั้นที่ 7 — สัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ
วันสัมภาษณ์ 1 วัน
นำเอกสารตัวจริงทั้งชุด หลักฐานความสัมพันธ์ และ I-134 ของฝ่ายอเมริกันเข้าสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่กงสุลจะถามถึงการรู้จักกัน แผนชีวิต และแผนการแต่งงาน เราติวคำถามจริงให้ก่อนวันสัมภาษณ์
- 8
ขั้นที่ 8 — รับวีซ่าและเดินทางเข้าสหรัฐฯ
รับเล่มภายใน 5–10 วันทำการ
เมื่ออนุมัติจะได้รับพาสปอร์ตติดวีซ่า K-1 พร้อมซองเอกสารปิดผนึกที่ห้ามเปิด ต้องเข้าสหรัฐฯ ภายในอายุวีซ่า 6 เดือน และยื่นซองให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
- 9
ขั้นที่ 9 — จดทะเบียนสมรสภายใน 90 วัน
ภายใน 90 วัน
ต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้ยื่นคำร้องคนเดิมภายใน 90 วันนับจากวันเข้าประเทศ และเก็บทะเบียนสมรส (Marriage Certificate) ไว้เป็นเอกสารสำคัญ
- 10
ขั้นที่ 10 — ยื่นปรับสถานะขอกรีนการ์ด (AOS)
8–14 เดือน
ยื่นฟอร์ม I-485 พร้อม I-765 (ใบอนุญาตทำงาน) และ I-131 (Advance Parole) หากต้องการ กรีนการ์ดที่ได้รับครั้งแรกเป็นแบบมีเงื่อนไข 2 ปี หากสมรสไม่ถึง 2 ปี
เอกสารที่ต้องใช้
ฝ่ายอเมริกัน (Petitioner)
- สำเนาหนังสือเดินทางสหรัฐฯ หรือใบสูติบัตร / ใบรับรองสัญชาติ
- หนังสือแสดงเจตนาสมรสภายใน 90 วัน
- เอกสารการหย่า / ใบมรณบัตรคู่สมรสเดิม (ถ้ามี)
- แบบฟอร์ม I-134 พร้อมสลิปเงินเดือน แบบแสดงภาษี (Tax Return) และหนังสือรับรองการทำงาน
- รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ต
ฝ่ายไทย (Beneficiary)
- หนังสือเดินทางอายุเหลือไม่น้อยกว่า 8 เดือน
- สูติบัตร ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน (พร้อมคำแปลรับรอง)
- ใบรับรองโสด / ใบสำคัญการหย่า (คร.6) หากเคยสมรส
- หนังสือรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ผลตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่สถานทูตกำหนด
- รูปถ่ายตามมาตรฐานวีซ่าสหรัฐฯ 5 x 5 ซม.
- หนังสือแสดงเจตนาสมรสภายใน 90 วัน
หลักฐานความสัมพันธ์ที่ควรมี
- รูปถ่ายคู่กันหลายช่วงเวลา หลายสถานที่ พร้อมระบุวันที่
- ตั๋วเครื่องบิน บัตรผ่านขึ้นเครื่อง และตราประทับหนังสือเดินทางที่แสดงการพบเจอ
- ประวัติการสนทนา วิดีโอคอล และการโอนเงินระหว่างกัน
- หลักฐานการหมั้นหรือพิธีหมั้นตามประเพณี
- คำให้การของครอบครัวและเพื่อนที่รับรองความสัมพันธ์
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกปฏิเสธ
- ไม่มีหลักฐานการพบเจอตัวจริงภายใน 2 ปีก่อนยื่น
- ข้อมูลในฟอร์ม I-129F และ DS-160 ไม่ตรงกัน
- รายได้ของผู้ยื่นต่ำกว่าเกณฑ์และไม่มีผู้สนับสนุนร่วม
- ตอบสัมภาษณ์ไม่ตรงกันเรื่องรายละเอียดชีวิตประจำวันของอีกฝ่าย
- ปกปิดประวัติการสมรสเดิม การถูกปฏิเสธวีซ่า หรือประวัติอาชญากรรม
บริการที่เราดูแลให้
ประเมินคดีเบื้องต้นและวางกลยุทธ์การยื่นแบบตรงจุด
จัดเตรียมและตรวจทานแบบฟอร์ม I-129F, DS-160 และ I-134
แปลเอกสารราชการไทยพร้อมรับรอง
ประสานงานนัดตรวจสุขภาพและจองคิวสัมภาษณ์
ติวสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวด้วยคำถามที่ใช้จริงที่สถานทูตฯ กรุงเทพ
ดูแลต่อเนื่องถึงขั้นตอนปรับสถานะขอกรีนการ์ด
คำถามที่พบบ่อย
K-1 กับ CR-1 ควรเลือกแบบไหน?
หากต้องการอยู่ด้วยกันเร็วที่สุดและวางแผนแต่งงานที่สหรัฐฯ K-1 มักได้เข้าประเทศเร็วกว่า แต่ต้องยื่นปรับสถานะเพิ่มภายหลัง ส่วน CR-1 ใช้เวลานานกว่าแต่ได้กรีนการ์ดทันทีที่เข้าประเทศและทำงานได้เลย
ลูกติดสามารถเดินทางไปด้วยได้ไหม?
ได้ บุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีและยังไม่สมรส สามารถขอวีซ่า K-2 ตามคำร้องเดียวกันได้ โดยต้องระบุชื่อไว้ในแบบฟอร์ม I-129F
ทำงานในสหรัฐฯ ได้เลยหรือไม่?
ยังทำงานไม่ได้ทันที ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (I-765) ซึ่งโดยทั่วไปยื่นพร้อมกับการปรับสถานะหลังจดทะเบียนสมรส
หากไม่ได้แต่งงานภายใน 90 วันจะเกิดอะไรขึ้น?
สถานะจะสิ้นสุดลงและต้องเดินทางกลับประเทศไทย การอยู่เกินกำหนดส่งผลเสียต่อการขอวีซ่าในอนาคตอย่างมาก
ข้อมูลระยะเวลาและค่าธรรมเนียมเป็นค่าประมาณ ณ ปัจจุบัน อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
บริษัทให้บริการด้านเอกสารและกระบวนการยื่นวีซ่า ไม่ใช่สถานทูตหรือหน่วยงานของรัฐ ขั้นตอนอาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของแต่ละประเทศ ผลอนุมัติขึ้นกับดุลยพินิจของสถานทูต ทางบริษัทไม่รับประกันผล
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา
แจ้งประเทศและวัตถุประสงค์ของคุณ เราจะประเมินโปรไฟล์และรายการเอกสารให้ทันที